เ ปิ ดแอร์ลั ก ษ ณ ะนี้ ประหยัดตั งค์ในกระเป๋าได้มาก

เปิดแอร์ลั ก ษ ณ ะนี้ ประหยัดตังค์ในกระเป๋าได้มาก

วันนี้เราจะพาคุณไปดูวิธีการเปิดแอร์ แบบที่วิศวกรไม่เคยบอ กคุณ กับบทความ วิศวกรไม่เคยบอ ก เปิดแอร์ลักษณะนี้ ประหยัดตังค์ในกระเป๋าได้มาก ไปดูกันว่าจะต้องเปิดแอร์อย่ างไรให้ประหยัดแถมยังลดโลกร้อนได้อีกด้วย

รูปภาพประกอบ

ส่วน มากวิศกรเครื่องกลไทยจะแน ะนำให้ตั้งเอาไว้ที่ 25 องศา และความชื้นสัมพัทธ์ที่ 50% ต ามที่ฝรั่งบอ กมา เมืองไทยเรา ควรที่กำหนดที่ 27 องศา ความชื้น ที่ 70 เพียงเท่านี้ ค่าแอร์จะลดจาก 15,000 บาท เหลือ 10,000 บาท เลยล่ะ ในขณะที่ยังรู้สึกสบายดี

เพราะสำหรับคนไทยเราแล้ว 25/50 นั้นมันหนาวเกินไป บางคนป่ ว ยเอาด้วยล่ะ บางคนคลุมโปงมิดเลยด้วยซ้ำ ถ้าใช้ชุดนอนโปร่งๆ เลยนะ ไม่ห่มผ้าหนาๆ ตั้งที่ 28 องศา

ยังได้ ก็ลดลง เหลือ 8,000 บาท แต่ถ้าตั้งใว้ที่ 28-30 แล้วเอาพัดลมมาตั้งพื้น มาเป่าแบบส่ายไปส่ายมา พัดลมนี้กินไฟเพียง 50 วัตต์ เปิด 10 ชม. ต่อวัน

เท่านั้น ตลอ ดปีเสียค่าไฟ 630 บาทเอง จะลดค่าไฟแอร์ จาก 8,000 เหลือ 2,000 นั้น มันเหลือเชื่อเลย เพราะถ้าเลยเที่ยงคืนไปแล้ว อุณหภูมิมันจะต่ำกว่า 30 แล้ว แอร์ก็จะหยุดไม่ทำงานบ่อยจนถึงเช้า ส่วนเราก็นอนหลับไปแล้ว ไม่ว่าจะหลับหรือไม่หลับก็จะเย็นสบายดี

รูปภาพประกอบ

เพราะพัดลมจะทำงานตลอ ดเวลา เราจะรู้สึกสบายเหมือนว่าอยู่ที่ 27 องศา ( ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่กำลังพอดีสำหรับคนไทย ทำให้ไม่เป็นโ ร คจากความเย็นเกินไปอีกด้วย ) จากเที่ยงคืนถึง 7-8 โมงเช้า เราแทบจะไม่เสียค่าไฟแอร์เท่าไหร่เลยนะ ( 1500 w. ) แต่เสียค่าพัดลม 50 w.แทน มันจะถูกกว่ามากๆ ทั้งค่าใช้จ่ายและวิธีใช้ไฟฟ้า

สรุปง่ายๆก็คือ จะเสียค่าไฟแอร์แบบประหยัดได้ถึง ราวๆ 12,500 บาท ต่อปีเลย ยังมีคำแ นะนำอีกยังประหยัดได้อีก ยังสามารถที่จะประหยัดได้อีก ถ้าเราต้องการ

ในขณะที่กินข้าวและดูทีวีไปด้วยนั้น ตอนหัวค่ำให้เข้าไปที่ห้องนอน แง้มหน้าต่างห้องนอนออ กนิดๆ แล้วเปิดพัดลมให้พัดอากาศร้อนในห้องออ ก ในระหว่างนั้นจริงๆ แล้ว ไม่ใช่อากาศร้อนเฉยๆ แต่เป็นความร้อนที่แผ่ออ กจากผนังปูนที่มันเก็บความร้อนไว้จากตอนกลางวัน

รูปภาพประกอบ

ด้วยวิธีนี้ จะช่วยประหยัดแอร์ได้อีก เพิ่มความสบายจากการที่ห้องนอนจะเย็นได้เร็วขึ้นเมื่อเปิดแอร์ มิเช่นนั้น ครึ่งชม.แรก ก็จะยังคงมีอากาศร้อนอยู่ ยังระบายไม่หมด

จากที่ปูนมันแผ่รั งสีความร้อนที่เก็บไว้ตอนกลางวันออ กมานั่นเองล่ะ ทำเช่นนี้จะประหยัดทั้งช าติได้ปีละเป็น แสนล้านบาท สบายๆ เลย

ขอบคุณ rooormai

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *