ทนายแนะ หากผ่อนรถไม่ไหว ลองทำตาม 5 วิธีไม่ให้ไฟแนนซ์ยึดไปได้

ผ่อนรถ

ทนายแนะ หากผ่อนรถไม่ไหว ลองทำตาม 5 วิธีไม่ให้ไฟแนนซ์ยึดไปได้

ในวันนี้มีเ รื่ อ งราวดีเกี่ยวกับการผ่อนรถมาฝาก ทนายดังได้เผย 5 วิธีในการแก้ไขปัญหาเมื่อคุณไม่สามารถผ่อนรถได้ ซึ่งรถของคุณกำลังจะถูกไฟแนนซ์ยึดไป อีกทั้งคุณอาจจะได้เ งิ นคืนอีกด้วยหากคุณทำวิธีนี้

ในวันนี้ทางทีมงานของเรานั้นได้นำบทความดีมีประโยชน์ในเ รื่ อ งของการซื้อรถใหม่ป้ายแดง เมื่อผ่านไป 2-3 ปีแล้วไม่ได้ผ่อนรถ เพราะว่ามีค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น จนทำให้เมื่อถึงเวลาก็ค้างค่าส่งค่างวด และแน่นอนว่าทางรถมันก็จะมาตามยึดรถของคุณไปค่ายออกทางตลาดของบริษัทไฟแนนซ์ในที่สุด

ผ่อนรถ

แต่วันนี้เราได้รวบรวมคำตอบจาก นายนิติธร แก้วโต ซึ่งเป็นทนายดังที่มาอาสาให้คำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ปัญหาด้วย 5 วิธีนี้

1. การคืนรถ

– กรณีการคืนรถโดยผิดสัญญา หรือ ค้างผ่อนชำระหลายงวด โดยจะต้องชำระค่าเสียหาย ค่าข า ดประโยชน์ อื่น ยิ่งค้างชำระหลายงวดจะยิ่งเสียค่าเสียหายจำนวนมาก

– กรณีการคืนรถโดยที่ไม่ผิดสัญญา หรือ ไม่ได้ค้างผ่อนชำระ ลักษณะนี้ ไม่ต้องจ่ายค่าเสียหายหรือค่าข า ดประโยชน์ใด เนื่องจากไม่ได้ค้างชำระ ไฟแนนซ์จะคิดเพียงค่าส่วนต่างเวลาที่ขายรถและข า ดทุนเท่านั้น

2. การขายให้บุคคลอื่นโดยไม่ได้เปลี่ยนสัญญา

ขายให้บุคคลอื่นโดยที่ยังไม่ได้เปลี่ยนสัญญา โดยผู้เช่าซื้อยังเป็นคนเดิมอยู่ ซึ่งกรณีนี้ค่อนข้าง เ สี่ ย ง อย่างมาก หากคนที่ซื้อรถไปแล้วเอาไปขายให้คนอื่นต่อ หรือรถหาย ผู้เช่าซื้อจะต้องรับผิดชอบเต็ม อย่างไรก็ตาม เป็นกรณีที่ไม่แนะนำ อย่างบางเคสเอารถไปจำนำในบ่อน หรือเอาไปขายให้เต็นท์ เจ้าของหรือผู้เช่าซื้อรถจะต้องป ว ด หัวไปตามหารถมาคืนไฟแนนซ์

ผ่อนรถ

3. การขายให้บุคคลอื่นโดยเปลี่ยนสัญญา

เป็นการขายเปลี่ยนสัญญา และนำเ งิ นที่ได้ไปปิดจ่ายไฟแนนซ์ ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ปลอดภัยทั้งคนค้ำประกัน ปลอดภัยทั้งผู้เช่าซื้อด้วย แต่ต้องหาคนซื้อรถ หาคนเปลี่ยนสัญญาให้ได้ โดยอาจจะต้องยอมขายข า ดทุน เพื่อแลกกับเวลาและค่าใช้จ่ายที่จะตามมาในอนาคต

4. รีไฟแนนซ์ใหม่หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่

โดยขย ายระยะเวลาการผ่อนออกไป และขอลดยอดการผ่อนในแต่ละเดือนลง แต่ผลที่อาจจะตามมาคือเสียดอกเบี้ย หรือผลประโยชน์ให้กับที่ไฟแนนซ์ มากขึ้น

5. เจรจาขอผ่อน เฉพาะดอกเบี้ยไปก่อน

โดยยังคงต้นเ งิ นไว้ เผื่อในอนาคต ผู้เช่าซื้ออาจจะมีเ งิ นก้อนไปปิด ก็จะทำให้เจรจาได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ ทนายเจมส์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า สำหรับในกรณีที่เจ้าของรถผ่อนไม่ไหว ไม่มีเ งิ นโปะ และไม่ยอมเอารถไปคืนนั้น มี 2 กรณี คือ

กรณีแรก

ยังมีรถอยู่กับตัว อาจถูกไฟแนนซ์ฟ้องแพ่ง ในข้อหา ผิดสัญญาเช่าซื้อ โดยบังคับยึดรถ หรือตามยึดทรัพย์อย่างอื่น แต่ฟ้องคดีอาญาข้อหายักยอกทรัพย์ไม่ได้

กรณีที่สอง

ไม่มีรถอยู่กับตัวแล้ว โดยเอาไปขายต่อเต็นท์รถ หรืออื่น ในระหว่างสัญญา เจ้าของรถอาจจะถูกดำเนินคดีอาญาในข้อหา ยักยอกทรัพย์ได้ เพราะกร ร มสิทธิ์รถเป็นของไฟแนนซ์ ดั งนั้u เจ้าของรถไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาไปขาย

ขอขอบคุณที่มาจาก นายนิติธร แก้วโต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *