หนุ่มวั ย 23 ไ ร้บ้าน นอนข้างถนน สู่เจ้าข องบริษัทมู ลค่ากว่ า 260 ล้านบาท

หนุ่มวั ย 23 ไ ร้บ้าน นอนข้างถนน สู่เจ้าข องบริษัทมู ลค่ากว่ า 260 ล้านบาท

เรื่องราวชีวิตของแต่ละคนนั้นอาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกัน แต่ปลายทางจะเป็นอ ย่ า งไรขึ้นอยู่กับการลงมือทำ นี่คือเรื่องราวของนาย Harry Sanders หนุ่มวัย 23 ปี จากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ย้อนกลับไปในวัย 17 ปี เขาต้องไปใช้ชีวิตเป็นคนไร้บ้านอยู่ที่ข้างถนนนอนบนโซฟาที่ถูกทิ้ง หรือแม้แต่ใต้สะพาน หลังจากที่ต้องออกจากบ้านเพราะพ่อกับแม่ของเขาห ย่ าร้ า งกัน

แต่ทว่าในช่วงเวลาที่เขาเคยเรียนอยู่ในระดับชั้นไฮสคูล เขาได้ทำโครงการสร้างระบบปรับปรุงเสิร์ชเอนจิ้นขึ้นมาและทำเป็นงานอดิเรก โดยตอนแรกก็รับงานเป็นฟรีแลนซ์ทั่ว ไป จากนั้นก็เริ่มจริงจังขึ้น นำเ งิ นเก็บที่ได้จากการรับงานมาก่อตั้งเป็นบริษัทที่ชื่อว่า StudioHawk

อ ย่ า งไรก็ตาม พออายุ 17 ปี เขาต้องกลายเป็นคนไร้บ้าน เนื่องจากพ่อแม่ห ย่ าร้ า งกัน เขารู้สึกไม่มีความสุขอีกต่อไป ก็เลยออกมาจากที่ตรงนั้น เขาบอกว่า เ งิ นที่ได้มาตอนนั้น ก็ต้องเอาไปลงกับคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่าง จึงต้องอดมื้อกินมื้อ และไม่มีเ งิ นไปเช่าบ้าน ในตอนแรกที่ทำการบริษัทมันก็ไม่ได้มีความหวือหวามากมาย แถมยังดูไร้ความหวังจนเกือบที่จะ ตั ดสินใจยุบบริษัท เพื่อที่เขาจะได้รับเ งิ นคืนและเอาไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ซึ่งโชคดีที่งานของเขานั้นเป็นงานที่ทำได้จากทุกที่ การมีอินเทอร์เน็ตฟรีตามที่ต่าง ก็ช่วยเขาได้มาก

การทำธุรกิจของบริษัท StudioHawk ก็คือการรับงาน จากบริษัทอื่น เพื่อทำ SEO (กระบวนการที่พย าย ามเพิ่ม Traffic ที่มีคุณภาพ เข้าสู่เว็บไซต์จาก Search Enigne ต่าง) จนมันค่อย เติบโตขึ้นมาเรื่อย ปัจจุบันบริษัทของเขารับงานจากลูกค้ามากกว่า 300 ราย ประกอบไปด้วยแบรนด์ชื่อดังอย่าง New Balance และ Bauer Media Group จากเยอรมนี

ล่าสุดบริษัท StudioHawk ได้รับรางวัล Autralian Business Award ในสาขา Marketing Innovation เมื่อปี 2019 และรางวัลอื่น อย่างมากมาย นับเป็นการประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มาก จากการเริ่มต้นโดยนับจาก 0 แต่โชคดีที่เข า ดำเนินการถอนตัวไม่สำเร็จ ทำให้ทุกวันนี้เขากลายมาเป็นมหาเศรษฐี ที่เป็นเจ้าของบริษัทที่มีมูลค่ากว่า 5.83 ล้านปอนด์ หรือราว 261 ล้านบาท

“จากการเริ่มต้นโดยที่ไม่มีอะไรเลย มันเป็นอะไรที่บ้ามาก การทำเ งิ นได้มากมายขนาดนี้ยังคงเป็นเรื่องที่ดูเกินจริงสำหรับผมอยู่เสมอ”

“ผมมีบริษัทที่มีมูลค่าหลายล้านดอลลาร์ แต่บางครั้งผมก็ยังรู้สึกไม่สบายใจที่จะซื้อขนมปังมูลค่า 3 เหรียญอยู่เลย มันมีคำถามขึ้นมาในใจว่า ‘เราจำเป็นที่จะต้องซื้อมันจริง เหรอ?’”

“สำหรับวัยรุ่นคนอื่น ที่อ ย า กจะประสบความสำเร็จแบบผม อ ย า กจะบอกว่าผมไม่ใช่คนพิเศษ ผมไม่ใช่คนที่ฉลาดมากมายหรืออัจฉริยะที่กล้าทำสิ่งใหม่”

“ผมก็แ ค่คนธรรมดาที่เมื่อมีแล้วจะมอบสิ่งต่าง ที่เป็นประโยชน์ให้กับผู้อื่น และผมคิดว่าคนอื่น ควรจะทำแบบนั้น” Harry กล่าว

ขอบคุณ www.ladbible.com

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *