เทคนิ ค ยืดอายุการใช้งาน แอร์เย็นฉ่ำ ไร้กลิ่นอับ

แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นอับ

เทคนิ ค ยืดอายุการใช้งาน แอร์เย็นฉ่ำ ไร้กลิ่นอับ

อากาศบ้านเรา เรียกได้ว่าต้องพึ่งพา ความเย็นอย่างมาก โดยเฉพาะรถยนต์ที่ต้องมีแอร์เย็น เย็น ฉ่ำ ฉ่ำ รถยนต์ที่ไม่มีแอร์เป็นอะไรที่ลำบากในการเดินทางมาก มาก เหมือนกับตู้อบความร้อนเคลื่อนที่ ยิ่งเวลาจอดรถไว้กลางแจ้งตากแดดนาน นาน แทบไม่อย า กจะขึ้นรถกันเลย วันนี้เราจึงได้นำ 6 เทคนิคการทำให้แอร์รถเย็นฉ่ำ แถมยังไร้กลิ่นอับ นำมาฝากทุกคนกันค่ะ จะมีเ ค ล็ ดลับอะไรบ้าง ไปดูกันเลย

แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นอับ

1. ทุกครั้งก่อนสตาร์ทเครื่องยนต์ ควรปิด A/C ก่อน

เนื่องจากว่าเวลาที่เราจอดรถตากแดด จะมีไอความร้อนอยู่ภายในรถ รวมถึงระบบแอร์รถด้วย หากเราเปิด A/C ในขณะที่สตาร์ทรถเลย แอร์จะทำหนักเกินไป เพราะมีลมร้อนค้างอยู่ในระบบ

ดั งนั้uเราควรปิดสวิตช์ A/C ในขณะที่สตาร์ทรถ แล้วปล่อยให้พัดลมไล่ลมร้อน ออกไปจนหมดก่อน ค่อยเปิด A/C จะทำให้แอร์เย็นฉ่ำได้เร็วขึ้น และช่วยรั กษ าอายุการใช้งานของระบบแอร์รถให้นานขึ้นด้วย

2. ไม่ควรเปิดกระจกรถบ่อย บ่อย ในขณะที่เปิดแอร์อยู่

เพราะการเปิดกระจกจะเป็นการเพิ่มงานหนัก ให้กับแอร์ผลิตความเย็นได้ไม่ทัน และยังเป็นการนำความร้อนเข้ามาภายในรถมากขึ้น ส่งผลให้ความเย็นแอร์ลดลง นอกจากนี้ยังทำให้เศษฝุ่นต่าง ต่างภายนอกเข้ามาในรถได้ง่าย และอาจจะไปเกาะตามช่องแอร์ เกิ ดการอุดตันในเครื่องแอร์ได้ และลดอายุการใช้งานของแอร์ลงไปอีก

3. อย่าใช้น้ำหอมชนิดที่ มีแอลกอฮอล์

หากต้องการเพิ่มความหอมให้กับรถ เพื่อไม่ให้มีกลิ่นอับ แนะนำให้เลือกใช้น้ำหอมสำหรับรถยนต์ และควรเป็นชนิดที่ ไม่มีแอลกอฮอล์ เพราะหากใช้น้ำหอมที่มีแอลกอฮอล์ จะทำให้ตู้แอร์ในรถยนต์ผุกร่อนเร็วขึ้น

แอร์รถเย็นฉ่ำ ไม่มีกลิ่นอับ

4. ปิดสวิตช์ A/C ก่อนถึงปลายทางสัก 5 นาที

เมื่อใกล้ถึงจุดหมายที่เราจะไป แนะนำว่าให้ปิดสวิตช์ A/C และใช้เป็นพัดลมแอร์ที่ความเร็วสูงสุดแทน จะช่วยให้คอมเพรสเซอร์ไม่ทำงานหนักจนเกินไป และเป็นการไล่ความชื้นออกจากคอล์ยเย็น ป้องกันการเกิ ดกลิ่นอับในแอร์ได้ แล้วเมื่อถึงที่หมาย ก่อนที่จะดับเครื่องยนต์ก็ให้ปิดพัดลมก่อน

5. หากรู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น ให้รีบปิดน้ำย าแอร์หรือปิดสวิตซ์ A/Cโดยทันที

ถ้าหากรู้สึกว่าแอร์ไม่เย็น ควรปิดสวิตซ์ A/C ในทันที แล้วใช้โหมดพัดลมแทนไปก่อน จากนั้นค่อยนำรถไปตรวจเช็คความผิดปกติของระบบแอร์ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้คอมเพรสเซอร์เสียหาย

6. แผ่นกรองอากาศแอร์

ซึ่งในรถทุกคัน จะมีแผ่นกรองอากาศแอร์ ปกติจะอยู่ที่ใต้เกะวางของ ฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ส่วนนี้มักจะมีฝุ่นเกาะอยู่จำนวนมาก แต่เป็นส่วนที่หลายคนมักจะมองข้าม และเมื่อฝุ่นเกาะอยู่เยอะ จะทำให้อากาศในช่องแอร์เดินทางได้ไม่สะดวก ส่งผลให้ระบบแอร์มีปัญหาและไม่ค่อยเย็น ดั งนั้uเราควรหมั่นถอดออกมาทำความสะอาดบ่อย เพื่อไม่ให้ฝุ่นไปอุดตันในระบบแอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *