ลงทุนปลูกแค่ 2 ต้น ก็พอกิน ไม่ต้องซื้ อกินอีกเลย

ปลูกทุเรียนไว้กินเอง

ลงทุนปลูกแค่ 2 ต้น ก็พอกิน ไม่ต้องซื้ อกินอีกเลย

ทุเรียน ถือว่าเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยม ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ จึงทำให้มีราคาในตลาดค่อนข้างสูง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังซื้อกินกันไม่ข า ด ช่วงนี้ทุเรียนกำลังออกผล แต่ราคาที่สูง จะให้ซื้ อกินบ่อยก็คงไม่ไหว วันนี้เราจึงมีแนะนำในการปลูกทุเรียน ให้ออกผลเต็มต้น เก็บกินกันแทบไม่ทัน ปลูก 2 ต้น ก็เหลือกินแล้ว

และวันนี้เราได้นำคำแนะนำของ ดต. สุวรรณศักดิ์ แกนวงษา เกษตรกรผู้ชำนาญการในการปลูกทุเรียน ที่จะมาบอกถึงวิธีการปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตที่ดี ที่สำคัญยังสามารถปลูกได้ทุกภาคอีกด้วย จะมีวิ ธีอย่างไรไปดูกันเลย

ปลูกทุเรียนไว้กินเอง

ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก กับทุเรียนกัน

สำหรับทุเรียนนั้น เป็นผลไม้ยืนต้น ที่มีขนาดใหญ่ ควรปลูกไว้ใกล้แหล่งน้ำที่มีน้ำให้ได้เพียงพอและตลอด ดินที่เหมาะสมคือ ดินที่ระบายน้ำได้ดี และมีสภาพความเป็น ก ร ด เป็นด่าง (ค่า pH) ประมาณ 5.5 – 6.5 กำลังพอดี ทุเรียนจะชอบอากาศร้อนชื้น

ดั งนั้uในช่วงหน้าแล้ง ให้ทำการคลุมโคลน หรือใช้ฟางข้าวคลุมโคนต้น แล้วรดน้ำ 3 วัน/ครั้ง อาจจะใช้ระบบน้ำหยด หรือสปริงเกอร์ก็ได้ ทำแสลนคลุมบังแดดไว้บางส่วน เพื่อคลุมความชื้ นในดินให้ระเหยช้าลง จะทำให้ทุเรียน เจริญเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น

ปลูกทุเรียนไว้กินเอง

ฤดูกาลผลผลิตของทุเรียนในแต่ละภูมิภาค

ซึ่งในแต่ละภูมิภาค จะมีสภาพแวดล้อมและ พื้นดินที่มีความแต กต่างกัน รวมถึงสภาพอากาศ ของแต่ละพื้ นที่ด้วย ดั งนั้uช่วงเวลาที่เหมาะสมในการปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตของแต่ละพื้นที่ ก็จะไม่เหมือนกัน

ต้นทุเรียนที่สมบูรณ์จะสังเกตได้จากการ ที่มีใบยอดแก่ และเมื่อผ่านช่วงแล้งเพียง 10 -14 วัน ทุเรียนจะเริ่มออกดอก และระยะพัฒนาของดอกจะใช้เวลาประมาณ 60 วัน จากดอกบานจนถึงระยะเก็บเกี่ยว

– ภาคตะวันออก คือ ในช่วงเดือน เมษายน – มิถุนายน

– ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ คือ ในช่วงเดือน มิถุนายน – สิงหาคม

ปลูกทุเรียนไว้กินเอง

1. การเตรียมต้นทุเรียนก่อนออกดอก

ทุเรียนก่อนออกดอก หมายถึง ต้นทุเรียนที่มีการ แ ต ก ใบอ่อนมาแล้วอย่างน้อย 1 ชุด จะมีการสังเคราะห์แสง และสะสมอาหารอย่างเพียงพอ สังเกตได้จากการมองไป ที่ใต้ต้นขึ้ นไป จะเห็นช่องว่างระหว่างใบในทรงพุ่มไม่ เกินร้อยละ 40 ของพื้นที่ทั้งหมด และใบส่วนใหญ่จะเป็นใบแก่

สำหรับต้นทุเรียนที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี จะสังเกตได้จาก ใบของต้นทุเรียนมีสีเขียวแก่เข้มเป็นมัน นั่นหมายถึง ต้นทุเรียนที่สมบูรณ์

2. เตรียมสภาพความพร้อมของต้นเพื่อรองรับการออกดอก

ให้ปลูกทุเรียนในระยะห่าง 8*8 เมตร ส่วนช่องว่างระหว่างต้นทุเรียนที่ว่าง ให้ปลูกพืชชนิดอื่น อื่น แซม เช่น มังคุด แก้วมังกร กล้วย เงาะ เป็นต้น ซึ่งเป็นพืชที่ปลูกง่าย และมีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวไว้รับประทาน ได้อีกด้วย

ปลูกทุเรียนไว้กินเอง

3. การ ตั ดแต่งผลอ่อนทุเรียน

ต้องทำอย่างน้อย 3 ครั้ง โดยเริ่มจากการตั ดแต่ง ผลอ่อนที่มีรูปทรงบิดเบี้ยว ผลเล็กแคระแกรน ให้เหลือเฉพาะผลที่รูปทรงสมบูรณ์ และมีขั้วผลใหญ่เท่านั้น

การ ตั ดแต่งผลอ่อน ควรทำให้เสร็จภายในสัปดาห์ที่ 4 หลังจากดอกบาน ซึ่งเป็นเ รื่ อ งที่สำคัญมาก และต้องทำการยับยั้งการ แ ต ก ใบอ่อน เพื่อป้องกันไม่ให้ทุเรียน แ ต ก ใบอ่อนในระหว่างพัฒนาการของผลอ่อน ไม่อย่างนั้นใบอ่อน ที่ออกมาใหม่ จะແย่งอาหารจากผลอ่อนจนหมด และส่งผลให้ผลอ่อน ไม่สามารถเจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่

4. การจัดการหลังเก็บเกี่ยวผลผลิต

เมื่อทำการเก็บเกี่ยวผลผลิตเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ต้องทำคือ การเตรียมความพร้อมของต้น เพื่อให้พร้อมต่อการออกดอก ออกผล ในครั้งต่อไป ดั งนั้uเราจะต้องทำการ ตั ดแต่งกิ่ง และบำรุงต้นต่อไป

ปลูกทุเรียนไว้กินเอง

5. การ ตั ดแต่งกิ่ง หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต สามารถแบ่งได้ 3 ระยะ ดังนี้

ระยะที่ 1 การ ตั ดแต่งหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิต

ให้ทำการ ตั ดกิ่งที่แห้ง กิ่งแขนง กิ่งที่เป็น โ ร ค รวมถึงกิ่งที่ไร้ประโยชน์ และ ตั ดขั้วผลที่ติดค้าง จากการเก็บเกี่ยวอยู่ทิ้งไป เพื่อให้ทุเรียนงอกกิ่งที่สมบูรณ์อันใหม่ขึ้ นมา

ระยะที่ 2 การ ตั ดแต่งช่วงปลายฝนก่อนการใส่ปุ๋ย ในครั้งที่สอง

ให้ ตั ดแต่งกิ่งน้ำค้าง กิ่ง ต ะ ข า บ กิ่งกระโดง เพื่อให้ทุเรียนเป็นทรงพุ่มโปร่ง จากนั้นก็ใส่ปุ๋ยเพื่อบำรุงต้นทุเรียน

ระยะที่ 3 การ ตั ดแต่งกิ่ง หลังจากทุเรียนติดผล

ให้ทำการ ตั ดแต่งกิ่งจากทุเรียนที่ติดผลแล้ว 30-45 วัน เป็นการ ตั ดแต่งเฉพาะกิ่งที่เกิ ดขึ้นใหม่ที่เรียกว่า ใบขิง โดยทำพร้อมกับการ ตั ดแต่งผลอ่อน เพื่อลดการให้อาหารในการสร้างกิ่งใหม่ขึ้นมา ให้อาหารเข้าไปที่ผลโดยตรง

เป็นข้อมูลและความรู้ ที่ให้รายละเอียดในการปลูกทุเรียนได้เป็นอย่างดี มีลำดับขั้นตอนบอกอย่างชัดเจน ใครสนใจก็ลองปลูกทุเรียน เผื่อจะได้มีทุเรียนที่สามารถเก็บกินเองได้ที่บ้าน

เพียงเท่านี้เราก็จะมีทุเรียนที่ให้ผลผลิตได้จำนวนมากเพียงพอที่จะเก็บเกี่ยวไว้สำหรับรับประทานกันเองในครัวเรือนได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องไปเสียเ งิ นซื้อกินในราคาสูงตามท้องตลาด หากมีผลผลิตที่มาก ก็สามารถนำไปขายได้

ขอขอบคุณข้อมูลจาก : kampangdin , ruangjringwannee

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *