3 คำจำให้ขึ้นใ จ เมื่อรถคั นเร่งค้ าง

3 คำจำให้ขึ้นใ จ เมื่อรถคั นเร่งค้ าง

3 คำจำให้ขึ้นใ จ เมื่อรถคั นเร่งค้ าง

วันนี้เราจะพามาเรียนรู้เ รื่ อ งรถกัน เพื่อให้มีความปล อ ดภั ยมากขึ้นถ้าหากเราขับรถอยู่ดีแล้วเกิ ดคันเร่งค้าง บางคนอาจจะไม่เคยเจอปัญหาแบ บนี้ แต่ถึงแม้เราจะไม่เคยเจอแต่เราก็ต้องมีข้ อมูลไว้ เพราะถ้าหากวันใดวันหนึ่งเกิ ดขึ้นกับเราจริงเราก็จะสามารถเอาตัวรอดได้ จะเป็นอ ย่ างไรเราไปดูกันเลย

การขับรถนั้นเป็นสิ่งที่หลายคนต้องทำอยู่ในทุกวัน เมื่อเราต้องเดินทางตลอ ดเวลาไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปทำงานหรือการขับรถไปท่องเที่ยวในที่ต่าง ความป ล อ ด ภั ยเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการใช้รถใช้ถนน และหนึ่งในสาเหตุของอุ บั ติ เ ห ตุ ที่เกิ ดจากความประ ม า ท ข า ดสติและ น่าก ลั วที่สุด ก็คือ ปั ญ ห า คันเร่งค้างตอนขับรถ

รถคันเร่งค้าง เกิ ดขึ้นได้จากหล า ย สาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น สายคันเร่งฝืดเพราะเกิ ดสนิม, ลิ้นเร่งฝืดค้างเนื่องจากฝุ่นเกาะมากเกินไป, มีสิ่งของไปติดค้าง เช่น ขวดน้ำหรือร้องเท้าส้นสูง, พรมหรือย างรองพื้นรถที่หนาไปเข้าไปติดคันเร่ง, ระบบคันเร่งไฟฟ้าทำงานผิ ดปกติ เป็นต้น สิ่งแรกเลย ตั้งสติค่ะ อ ย่ างโวยวายและตกใจ อ ย่ าเข้าใจผิ ดว่าการดับเครื่องรถเลยทันทีจะทำให้เครื่องยนต์หยุดทำงานและรถหยุดเคลื่อนตัวและตัวเองปล อ ดภั ย ฉะนั้น ห้ามดับเครื่องเ ด็ ดข า ด เพราะพวงมาลัยรถยนต์จะล็อคทันที รวมถึงระบบผ่อนแ ร งเบรกจะหยุดทำงานต ามไปด้วย ทำให้ควบคุมทิศทางของรถไม่ได้

ในทันทีที่รู้ตัวว่า คันเร่งรถค้าง ให้เรารีบใส่เกียร์ว่างหรือเกียร์ N ทันที เพราะจะทำช่วยให้ลดความเร็วของรถลงได้ แล้วให้เราค่อยชะลอรถด้วย ก า ร เหยียบเบรกเบา ห้ามเหยียบเบรกเร็วหรือแ ร ง เพราะถ้ารถวิ่งมาด้วยความเร็วสูงอาจทำให้รถ พ ลิ ก คว่ำได้ เมื่อชะลอความเร็วรถลงได้แล้ว ค่อย ประคองรถเข้าข้างทาง ดับเครื่องแล้วติดต่อช่างซ่อมรถหรือศูนย์เพื่อนำรถไปตรวจสอบ อาการ ผิ ดปกติต่อไป ไม่ค ว ร ฝื น ขั บต่อเ พ ร า ะอาจทำให้เกิ ดอั น ต ร า ย ขึ้นได้

สิ่งต้องห้าม เมื่อเกิ ดอาการ คันเร่งค้าง คือ ห้ามดับเครื่องรถทันที

เพราะเมื่อรถกำลังวิ่งด้วยความเร็วนั้น การดับเครื่องจะทำให้พวงมาลัยล็ อค และไม่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ จงจำไว้ว่า อ ย่ าตกใจจน ดั บเครื่องเพื่อหวังให้รถหยุดโดยเ ด็ ดข า ด เพราะการดับเครื่องจะทำให้ อั น ต ร า ยมากยิ่งขึ้น หากเกิ ดเหตุคันเร่งค้าง ห้ามดึงเบรกมือโดยเ ด็ ดข า ด เพราะจะทำให้รถเ สี ยหลักและอาจ หมุนจนพลิกคว่ำหรือไปช น กับรถคันอื่นได้ ดั งนั้ นหากเรารู้สึกว่ารถมี อ า ก า ร ผิ ดปกติและคาดว่าเป็นเพราะคันเร่งค้าง เราควรตั้งสติให้ดีและจำเอาไว้ 3 คำหลัก คือ

1. เข้าเกียร์ว่าง

2. แตะเบรก

3. อ ย่ าดับเครื่อง

สาเหตุหลักที่ทำให้รถมี อ า ก า ร คันเร่งค้าง

เบรกเ สี ย อาจเกิ ดเพราะระบบเบรกมี ปั ญ ห า เบรกจมหรือเบรกแตก ทำให้ การห้ามล้อใช้งานไม่ได้ รถเบรกไม่อยู่

คันเร่งจม อ าการนี้อาจเกิ ดขึ้น เมื่อเบรกรถแข็งจนไม่สามารถเหยียบได้ โดยเราไม่สามารถเหยียบเบรก และคันเร่งพร้อมกันได้

ตกใจจนเหยียบคันเร่งแทนเบรก

การใส่รองเท้าส้นสูงขับรถ รองเท้าส้นสูงจะทำให้ การขับรถทำได้ย า กขึ้นและในจังหวะ ฉุ ก เ ฉิ น มักจะทำให้ไม่สามารถถอนคันเร่งได้ทัน เพราะส้นรองเ ท้ าดันเอาไว้

มีขวดน้ำหรือข้าวของต่างขวางอยู่ในขณะที่ขับรถ ทำให้ไม่สามารถถอนคันเร่ง หรือ เ ห ยี ย บ เ บ ร ก ได้ทัน

สาเหตุที่กล่าวมาข้างต้นเป็นเหตุให้เราต้องใส่ใจ และระมัดร ะวั งใน ก า ร ขับรถให้มากเอาไว้ เ พ ร า ะอุ บั ติ เ ห ตุ ร้ ายแ ร งอาจเกิ ดขึ้นจากสาเหตุเล็กน้อย และเมื่อเราประม า ทข า ดสติก็อาจทำให้เกิ ดอั น ต ร า ย และความสูญเ สี ยต ามมาได้ และอีกข้ อที่ควรรู้

เวลาที่เหยียบเบรกเพื่อช่วยลดความเร็ว ถ้าเป็นเบรกระบบ ABS ให้เหยียบเบรกค้างไว้ แต่ถ้าเป็นเบรกระบบธรรมดาให้เหยียบ ปล่อย เพื่อป้องกันการล็อคของล้อนะคะ และพอลดความเร็วของรถอยู่ในระยะที่ผู้ขับขี่เห็นว่าปลอ ดภั ย ให้ใช้เท้าลองงัดคันเร่งขึ้น มา แต่ถ้างัดแล้วคันเร่งไม่ขึ้น ให้เล็งหาที่จอ ดรถเพื่อทำการแก้ไขอ ย่ างจริงจัง ซึ่งในระหว่างจอ ดรถนั้นต้องใช้เบรกมือช่วยชะลอความเร็วไปด้วยนะ แต่ที่สำคัญก่อนใช้รถทุกครั้งควรตรวจสอบความพร้อมก่อนใช้เสมอจะดีมากนะคะ

เรียบเรียง showbizzinfoo

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *